ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากลงทุนอย่างจริงจังกับคำว่า Data-driven organizationมีทั้ง Dashboard แบบ Real-time, ระบบ Analytics ขั้นสูง, Social Listening, Customer Data Platform และรายงาน Insight จากหลายแหล่งข้อมูลพร้อมกัน
แต่ภาพที่เกิดขึ้นจริงในห้องประชุมผู้บริหารกลับสวนทางกับสิ่งที่ควรจะเป็นข้อมูลเยอะขึ้น แต่การตัดสินใจกลับช้าลงInsight ละเอียดขึ้น แต่ข้อสรุปกลับไม่ชัด
Pain point นี้เป็นสิ่งที่ผู้บริหารจำนวนมากเจอจริง แต่ไม่ค่อยถูกพูดถึงอย่างตรงไปตรงมาเพราะไม่มีใครอยากยอมรับว่า “เรามี Insight เยอะ… แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหน”
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยที่สุดในองค์กร คือการคิดว่า Insight = Decision
ในเชิงธุรกิจ Insight ไม่ได้หมายถึงกราฟสวยๆ หรือรายงานที่ซับซ้อนแต่คือ “ความเข้าใจที่ช่วยลดความไม่แน่นอนในการเลือก”
ปัญหาคือ ในหลายองค์กร Insight ถูกใช้เพียงเพื่อ
ผลลัพธ์คือ
มันต้องการ ความชัดเจน, ความกล้า, และ การยอมรับ Trade-off ซึ่งเป็นสิ่งที่ Dashboard ไม่สามารถให้ได้โดยลำพัง
เมื่อทุก Metric ดูสำคัญ ทุก Trend ดูน่าสนใจ สุดท้ายองค์กรจะไม่เลือกอะไรเลย
ทีม Insight มักส่งข้อมูลมาอย่างครบถ้วน แต่ไม่ช่วยตอบคำถามว่า..“ถ้าเลือกได้แค่ 1–2 เรื่อง องค์กรควรโฟกัสอะไรตอนนี้”การไม่มี Prioritization ทำให้ผู้บริหารต้อง “ตีความเอง” ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจจาก Intuition มากกว่าข้อมูล
Insight กระจัดกระจาย อยู่คนละทีม
Marketing เห็นภาพหนึ่งSales เห็นอีกภาพStrategy ใช้ข้อมูลอีกชุดหนึ่งทุกทีมใช้คำว่า “Data-driven” เหมือนกัน แต่กำลังมองคนละความจริง
ผลลัพธ์คือการประชุมที่เต็มไปด้วย Insight แต่ไม่มี Alignment เพราะแต่ละทีมกำลังใช้ Data เพื่อปกป้องมุมมองของตัวเอง
ในหลายองค์กร Insight ที่ “ถูกต้อง” มักมาหลังจากเวลาที่ควรตัดสินใจไปแล้ววิเคราะห์เสร็จ ตลาดเปลี่ยน พฤติกรรมลูกค้าไม่เหมือนเดิมInsight ที่ดี แต่ไม่ทันเวลา อาจมีคุณค่าเชิงการเรียนรู้ แต่ไม่มีคุณค่าเชิงการตัดสินใจ
Insight ถูกนำเสนอในภาษาที่ไม่เอื้อต่อการตัดสินใจ
Dashboard สวย กราฟครบ แต่ตอบไม่ได้ว่า “ควรทำอะไรต่อ”ผู้บริหารไม่ได้ต้องการข้อมูลทั้งหมด แต่ต้องการ Insight ที่เชื่อมโยงกับ
Insight ที่ไม่ถูกแปลเป็นภาษาการตัดสินใจ มักถูกมองว่า “น่าสนใจ” แต่ไม่ถูกนำไปใช้จริง
ไม่มี Owner ของการตัดสินใจจาก Insight
ทุกคนเห็นข้อมูล แต่ไม่มีใครรับผิดชอบ “การเลือก”Insight กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน แต่ไม่มีใครกล้าบอกว่า “จากข้อมูลนี้ เราควรเลือกทางไหน”เมื่อไม่มี Owner Insight จะกลายเป็นเพียง Background Information ไม่ใช่ Driver ของการตัดสินใจ
หลายองค์กรเชื่อว่าตัวเองเป็น Data-driven แต่ในความเป็นจริง กำลังอยู่ในสภาวะ Distracted by Data Data ถูกใช้เป็นเหตุผลในการ..
เมื่อใดที่ Data ถูกใช้เป็น “ข้ออ้างในการไม่เลือก” เมื่อนั้นองค์กรไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแต่ถูกถ่วงด้วยข้อมูลแทน บทบาทของผู้บริหารในยุค Insight-heavy ไม่ใช่การรอ Insight ที่สมบูรณ์ แต่คือการตั้งคำถามที่ถูกต้องกับ Insight ที่มี
องค์กรที่ใช้ Insight ได้ดี ไม่ได้มี Data มากกว่าองค์กรอื่น แต่มีวิธีคิดที่แตกต่างสิ่งที่องค์กรเหล่านี้มีเหมือนกัน คือ
คำถามสำคัญจึงเปลี่ยนจาก “ข้อมูลบอกอะไรเรา” เป็น “ข้อมูลนี้ช่วยให้เราตัดสินใจอะไรได้ดีขึ้น”
Insight ที่พร้อมสำหรับการตัดสินใจ ควรช่วยผู้บริหารใน 4 เรื่องหลัก
บทบาทขององค์กรด้าน Data & Insight จึงไม่ควรหยุดแค่การ “รายงานสิ่งที่เกิดขึ้น”แต่ต้องช่วยองค์กร “เลือกอนาคตที่ควรเดินไป” และนี่คือจุดที่ Strategic Advisor ด้าน Data มีคุณค่าเหนือกว่าเครื่องมือหรือ Dashboard ใดๆ เพราะสุดท้ายแล้ว Insight ที่ดีที่สุด คือ Insight ที่ทำให้องค์กร “กล้าตัดสินใจ” ไม่ใช่แค่ “รู้มากขึ้น”
✓ The right insight at your fingertips.
—————
“InsightERA” ผู้ให้บริการ MarTech แบบครบวงจร
สนใจหรือสอบถามเพิ่มเติมhttps://www.insightera.co.th/contact-us/Email : [email protected]
ยิ่งกว่าการเข้าใจลูกค้า คือการวิเคราะห์และต่อยอดกลยุทธ์ทางการตลาดได้ดียิ่งกว่าเดิม!