SHARES:
ในขณะที่หลายๆ แบรนด์มุ่งทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมาย GenZ แต่ในขณะเดียวกันยังมีอีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่งที่ควรให้ความสนใจ คือ “กลุ่มผู้สูงอายุ (Aging Society)”

สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) คือ สังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ของประเทศนั้นๆ โดยมีอัตราเท่ากับหรือมากกว่า 10% หรือประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มีอัตราเท่ากับหรือมากกว่า 7%

 
จากข้อมูลเดือนกันยายน ปี 2566 ของกรมการปกครอง ประเทศไทยมีประชากรที่มีอายุเกิน 60 ปี มีจำนวนกว่า 13 ล้านคน หรือคิดเป็น 19.74% ของประชากรทั้งหมด ทำให้ประเทศไทย ได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society)”

วันนี้อินไซท์เอราจะชวนมาดูกันว่า หากแบรนด์สนใจที่จะเจาะตลาดวัยเก๋าจะมีแนวทางการทำตลาดอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงและเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคสูงวัยกันค่ะ 
1. ไม่กำหนดเป้าหมายให้ผู้สูงวัยรู้สึกแปลกแยก

แน่นอนว่าการกำหนดเป้าหมายทางการตลาดเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่การกำหนดเป้าหมายมุ่งไปที่กลุ่มคนสูงวัยในรูปแบบเดิม อาจทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกถึงความแปลกแยกได้ สิ่งแรกที่แบรนด์ควรทำ คือ แบรนด์ควรทำความเข้าใจพฤติกรรม วิธีการมองโลก แนวคิด การใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะการมองว่าคนวัยนี้แก่ เฉยชา หัวโบราณ ไม่กระตือรือร้น หรือไม่กล้าลองสิ่งใหม่ๆ อาจทำให้แบรนด์พลาดโอกาสในการเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้

จากงานวิจัยจาก Age of Majority ที่พบว่า กว่า 95% ของผู้สูงอายุที่ทำแบบสำรวจ ออกกำลังกายนอกบ้านเกือบทุกวัน และอีกกว่า 52% ชอบที่จะลองสินค้าใหม่ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รองเท้าสุขภาพ เป็นต้น

ซึ่งจะเห็นได้ว่าการมองผู้สูงวัยให้แตกต่างจากที่เคยมอง จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้สูงวัยก็มีความทันสมัย เท่าทันเทคโนโลยีไม่ต่างจากกลุ่ม GenZ เช่นกัน   

 

2. ทำการตลาดแบบหวนคืนอดีต (Nostalgia)

เทรนการตลาดแบบ “Nostalgia” ในปัจจุบัน ทำให้กลุ่มผู้สูงวัยหวนถึงอดีตในยุค 70’s, 80’s, 90’s เกิดความคิดถึง ซึ่งลูกค้าจะรู้สึกสบายใจได้จากการทำให้หวนไปถึงความทรงจำที่สวยงามในอดีต

ซึ่งการทำ Nostalgia Marketing ทำได้หลายแบบ เช่นการทำแคมเปญ PR, การเล่า Storytelling เรื่องราวของแบรนด์ เพื่อลูกค้าจะรู้สึกมีส่วนร่วมและกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความอยากสนับสนุนแบรนด์อย่างต่อเนื่อง (อ่านการตลาดแบบหวนคืนอดีตเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.insightera.co.th/nostalgia-marketing/)

ความคลาสสิคและย้อนยุคที่ลูกค้าเห็นจากการตลาด “Nostalgia” ที่ทางแบรนด์ทำแคมเปญหรือเล่า Storytelling มีส่วนช่วยสร้างความประทับใจ เพราะลูกค้าเกิดการเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์  

 

3. การตลาดแบบบอกต่อช่วยให้มีประสิทธิภาพ

“การตลาดแบบบอกต่อ (Referal Marketing)” เป็นหนึ่งในวิธีการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เนื่องจาก ผู้บริโภคจะเชื่อถือข้อมูลสินค้าที่มาจากการบอกต่อของคนรู้จัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย

ผู้สูงวัยอาจไม่ใช่ผู้บริโภคกลุ่มแรกที่เข้ามาสนใจสินค้าผ่านการโฆษณาโดยตรง การทำให้น่าเชื่อถือ หรือมีรีวิวจากผู้ใช้จริงโดยเฉพาะคนในวัยเดียวกัน หรือจากดาราคนดังที่พวกเขาชื่นชอบ จะช่วยให้ผู้บริโภคสูงวัยสนใจสินค้า บอกต่อ และชักชวนเพื่อนๆ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ได้   

 

4. ใช้ภาษาในการสื่อสารให้เหมาะสม

คนไทยชอบที่จะสร้างสรรค์คำศัพท์ใหม่ๆ อยู่เสมอ บวกกับความตลกเฮฮาที่ฝังแน่นอยู่ในสายเลือด และโลกออนไลน์ที่ทุกอย่างไปไว ทำให้คำศัพท์ที่เกิดขึ้นใหม่มักจะมีความหมายที่ตลกขบขันและสามารถสร้างเสียงหัวเราะได้เสมอ โดยเฉพาะ คำศัพท์วัยรุ่น ที่ใช้กันในโลกโซเชียล

ในยุคปัจจุบันทุกวันผู้สูงวัยจะเล่นโซเชียลกันเก่งมากขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจในคำศัพท์ฮิตหรือคำแสลง การเลือกใช้ภาษาที่คนส่วนใหญ่เข้าใจจึงช่วยให้สื่อสารได้ง่ายกว่า 

 
“วันหนึ่งทุกคนก็จะกลายเป็นผู้สูงวัย”

ถึงเรื่องของวัย อายุ หรือร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป เป็น inisight ที่แบรนด์เลือกหยิบมาใช้ในการสื่อสารได้ แต่ไม่ควรสื่อสารให้ดูน่ากลัว ดูน่าวิตกกังวล เพราะผู้สูงอายุเองก็ต้องการหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการใช้ชีวิตต่อไป แม้จะอายุมากขึ้นทุกวันก็ตาม การสื่อสารในเชิงบวก เช่น การบอกว่าแบรนด์มีตัวช่วย มีสิ่งที่ทำให้ชีวิตพวกเขาง่ายขึ้น ก็สามารถทำให้ผู้บริโภคสูงวัยสนใจได้ 

 

✓ The right insight at your fingertips.

—————

“InsightERA” ผู้ให้บริการ MarTech แบบครบวงจร

สนใจหรือสอบถามเพิ่มเติม
https://www.insightera.co.th/contact-us/
Email : [email protected]