SHARES:
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเริ่ม “ใช้ AI” มากขึ้น
แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ ใช้ AI แบบไหน และใช้เพื่ออะไร

เพราะในขณะที่องค์กรจำนวนมากยังมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงานอัตโนมัติ
โลกธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ AI ไม่ได้แค่ “ช่วย” แต่ คิด วางแผน และตัดสินใจได้เอง

แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า Agentic AI ซึ่งถูกระบุอย่างชัดเจน อ้างอิงจากในหนังสือ Future Trends Ahead 2026: Thriving Beyond the Storm ว่าเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ องค์กร และการแข่งขันทางธุรกิจ


บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า

  • Agentic AI คืออะไร และแตกต่างจาก Automation แบบเดิมอย่างไร
  • ทำไมปี 2026 จะเป็นปีที่ “เส้นแบ่ง” ระหว่างผู้นำและผู้ตามชัดเจนขึ้น
  • และองค์กรควรเริ่มคิดใหม่เรื่อง AI ตั้งแต่วันนี้อย่างไร

บทความนี้ได้แนวคิดสำคัญจากหนังสือ Future Trends Ahead 2026: Thriving Beyond the Storm
ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับบทบาทของ Agentic AI ต่อโครงสร้างองค์กร เศรษฐกิจ และการเติบโตในอนาคต
ทางทีมขอขอบคุณทีมผู้จัดทำที่รวบรวมอินไซต์เชิงลึกไว้ได้อย่างชัดเจนและนำไปต่อยอดทางความคิดได้จริง

จาก Automation สู่ Agentic AI ความต่างที่มากกว่าแค่เทคโนโลยี

Automation ในความหมายดั้งเดิม คือการใช้ระบบหรือซอฟต์แวร์ เพื่อทำงานซ้ำ ๆ แทนมนุษย์ เช่น

  • ประมวลผลข้อมูล
  • ส่งอีเมลอัตโนมัติ
  • สร้างรายงานตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้

แม้ Automation จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังมีข้อจำกัดสำคัญคือ มันทำงานตามคำสั่งที่มนุษย์ออกแบบไว้ล่วงหน้า
ในทางตรงกันข้าม Agentic AI คือระบบ AI ที่สามารถ “คิด วางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำงานได้เอง” พร้อมทั้งออกแบบ workflow ใหม่ทั้งเส้น ไม่ใช่แค่ทำงานแทนคนทีละจุด

นี่ไม่ใช่การปรับปรุงประสิทธิภาพเล็กน้อย
แต่คือการ “รื้อและประกอบใหม่” ของกระบวนการทำงานทั้งระบบ 
Agentic AI = แรงงานดิจิทัล ไม่ใช่แค่เครื่องมือ

หนึ่งในแนวคิดสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือ การมอง Agentic AI เป็นแรงงานดิจิทัล (Digital Workforce)
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจบริการเติบโตโดยพึ่งพา “แรงงานความคิดของมนุษย์” เป็นหลัก
จนแรงงานกลายเป็นคอขวดของการเติบโต

Agentic AI กำลังเปลี่ยนสมการนี้โดยสิ้นเชิง เพราะ “ทุน” สามารถถูกแปลงเป็นแรงงานดิจิทัลได้จริง

องค์กรเริ่มสร้าง

  • Human + Agentic AI Workforce
  • คนหนึ่งคนมี AI หลายตัวช่วยทำงานระดับทีม
  • Multi-Agent Systems
  • ระบบ AI หลายตัวที่ทำงานร่วมกันแทนมนุษย์ในบางกระบวนการ

ผลลัพธ์คือ

  • ความเร็วในการทำงานสูงขึ้น
  • โครงสร้างงานและ value chain ถูกออกแบบใหม่
  • ขีดจำกัดของการเติบโตไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนอีกต่อไป 
ทำไมองค์กรที่ใช้ AI แค่ Automation จะ “ตามไม่ทัน”
ความผิดพลาดใหญ่ขององค์กรคือ “การมอง Agentic AI เป็นแค่เครื่องมือประหยัดต้นทุน”

องค์กรที่ยังใช้ AI เพื่อ..

  • ลดค่าใช้จ่ายเล็กน้อย
  • ทำ automation แบบแยกส่วน
  • ทดลองเป็นโครงการย่อยๆ

จะพบว่าตัวเองเสียเวลาและงบประมาณ โดยไม่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์ได้จริง
ในขณะที่ผู้นำตลาดกำลังใช้ Agentic AI เพื่อ..

  • สร้างโมเดลธุรกิจใหม่
  • ออกแบบประสบการณ์ลูกค้าแบบ end-to-end
  • สร้าง “เครื่องยนต์การเติบโต” ระยะยาว

ความแตกต่างนี้จะชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป 

Agentic AI ในฐานะ “Cognitive Capital”

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือการมอง Agentic AI ไม่ใช่เป็นโครงการ IT แต่เป็น ทุนรูปแบบใหม่
หนังสือเรียกสิ่งนี้ว่า Cognitive Capital หรือ “ทุนเชิงความคิด” ที่ทำงานในพื้นที่ของแรงงานความรู้โดยตรง

นั่นหมายความว่า
ความได้เปรียบทางการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่จำนวนพนักงานหรือเครื่องจักร
แต่อยู่ที่ความสามารถในการควบคุม AI systems, ข้อมูล และพลังประมวลผล ได้ดีกว่าใคร

งค์กรที่เข้าใจจุดนี้จะไม่ถามว่า “เราควรใช้ AI ไหม”
แต่จะถามว่า “เรากำลังสร้างทุน AI ที่ฝังอยู่ในกระบวนการสร้างคุณค่าแล้วหรือยัง” 
จาก AI-Assisted สู่ Agentic Enterprise

หนังสือแบ่งพัฒนาการขององค์กรออกเป็นช่วงสำคัญ คือ

  • ยุค AI-assisted workforce ใช้ AI ช่วยคนในกระบวนการเดิม
  • ยุค Agentic workforce กระบวนการปลายทางถูกออกแบบใหม่ให้ multi-agent system ทำงานแทนมนุษย์
  • ยุค Agentic enterprise (กำลังเริ่มต้น) คน-AI-หุ่นยนต์ ทำงานร่วมกันแบบ end-to-end

องค์กรที่ยังติดอยู่ในขั้นแรก จะพบว่าความเร็ว ต้นทุน และประสบการณ์ลูกค้า ไม่สามารถแข่งขันกับองค์กรที่ก้าวสู่ขั้นถัดไปได้ 

10x Value: ใช้ Agentic AI ให้ถูกจุด
หัวใจของความสำเร็จไม่ใช่การใช้ AI “ให้ทั่วองค์กร” แต่คือการเลือกจุดที่สร้างคุณค่าได้จริง


คือใช้ Agentic AI ในจุดที่

  • ขยายรายได้
  • เพิ่มส่วนแบ่งตลาด
  • หรือสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ แทนที่จะโฟกัสแค่การลดต้นทุน 10%

ผู้นำองค์กรจึงต้องมอง AI เป็น “พอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์” ไม่ใช่ชุดโครงการทดลองกระจัดกระจาย 

สำหรับท่านที่สนใจหนังสืออัปเดตเทรนด์แห่งปี Future Trends Ahead 2026 Presented by FutureSkill

หนังสือที่ทุกคน ทุกองค์กรต้องมี เพื่อรับมือและมองหาโอกาสในอนาคตอย่างยั่งยืนท่ามกลาง ‘พายุ’ ความเปลี่ยนแปลง สามารถดาวน์โหลดฟรีได้ที่ https://page.futuretrend.co/FTAheadEbook 

ปี 2026 คือปีของการ “เลือกข้าง”

Agentic AI ไม่ใช่เทรนด์ระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างของการทำงานและการแข่งขันทางธุรกิจ
ปี 2026 จะเป็นปีที่องค์กรถูกแบ่งชัดเจนออกเป็นสองกลุ่ม คือ..

  • องค์กรที่ยังใช้ AI เพื่อ Automation
  • องค์กรที่ใช้ AI เป็นแรงงานดิจิทัลและทุนเชิงกลยุทธ์

ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ วิธีคิด วิธีออกแบบ และวิธีตัดสินใจ สำหรับองค์กรที่ต้องการก้าวสู่อนาคตนั้น

คำถามไม่ใช่ “เรามี AI หรือยัง” แต่คือ “เราพร้อมเป็น Agentic Organization แล้วหรือยัง” 

✓ The right insight at your fingertips.

—————

“InsightERA” ผู้ให้บริการ MarTech แบบครบวงจร

สนใจหรือสอบถามเพิ่มเติม
https://www.insightera.co.th/contact-us/
Email : [email protected]