SHARES:

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจ การนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน กลายเป็นภารกิจหลักที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสนใจอย่างแพร่หลาย
แต่ทว่าท่ามกลางความตื่นตัวและการเร่งรัดปรับตัวเพื่อเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดกลับไม่ใช่เพียงเรื่องของงบประมาณ เทคโนโลยี หรือเทคนิคการโมเดลลิ่งอันซับซ้อน หากแต่เป็นเรื่องของ การธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และ วัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture) ซึ่งหากปราศจากรากฐานที่แข็งแกร่งในสองส่วนนี้ การลงทุนในเทคโนโลยี AI ก็อาจไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่า หรือร้ายแรงที่สุดคืออาจนำมาซึ่งความล้มเหลวที่ไม่คาดคิด

รายงานการวิเคราะห์และคาดการณ์ล่าสุดจากสถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลก Gartner (อ้างอิงข้อมูลล่าสุด จาก Press Release ของ Gartner) ได้สะท้อนภาพความจริงประการนี้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยมีการประเมินไว้ว่า ภายในปี 2027 องค์กรมากถึง 60% ที่ละเลยการแก้ไขปัญหาด้านวัฒนธรรมในการทำ Data Governance อาจล้มเหลวในการกำกับดูแลและประยุกต์ใช้ AI ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งตัวเลขนี้เป็นสิ่งยืนยันได้อย่างดีว่า ปี 2027 จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Tipping Point) ของโลกธุรกิจ หากองค์กรมุ่งเน้นเพียงแค่การซื้อเครื่องมือเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาติดตั้ง แต่กลับมองข้ามการปรับปรุงพฤติกรรม ทัศนคติ และการบริหารจัดการคนในองค์กรให้เปิดรับเรื่องการกำกับดูแลข้อมูลอย่างถูกต้อง ก็จะก้าวไม่ทันเทรนด์การแข่งขันและอาจต้องสูญเสียทั้งทรัพยากร เวลา และโอกาสในการเติบโตในยุคดิจิทัลอย่างน่าเสียดาย

ทำไมหมุดหมายปี 2027 ถึงกลายเป็นปีวัดใจขององค์กรที่ใช้ AI

เหตุผลที่ปี 2027 ถูกยกให้เป็นช่วงเวลาตัดสินความสำเร็จขององค์กรยุค AI-First เกิดจากการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีจากยุค Generative AI แบบตั้งรับ มาสู่ยุคของ Agentic AI และระบบอัตโนมัติที่สามารถตัดสินใจแทนมนุษย์ได้มากขึ้น เมื่อ AI ต้องเข้ามาร่วมทำงานและประมวลผลข้อมูลมหาศาลตลอดเวลา ข้อมูลที่ป้อนเข้าสู่ระบบจึงต้องมีความถูกต้อง โปร่งใส และได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ หากองค์กรปล่อยให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) ข้อมูลขยะ หรือพนักงานขาดความเข้าใจด้าน Data & AI Literacy ความเสี่ยงเรื่องความผิดพลาดในการตัดสินใจ การละเมิดความเป็นส่วนตัว และปัญหาด้านจริยธรรมของ AI จะทวีความรุนแรงขึ้นจนยากจะแก้ไข

ผลสำรวจของ Gartner พบว่า อุปสรรคสำคัญอันดับหนึ่งที่ทำให้การธรรมาภิบาลข้อมูลล้มเหลว ไม่ใช่เรื่องของงบประมาณ (Funding Constraints) ซึ่งมีเพียง 40% เท่านั้น แต่กลับเป็น การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง (Cultural Resistance) สูงถึง 60% ส่งผลให้พนักงานในระดับปฏิบัติการมองว่าเรื่อง Data Governance เป็นภาระของฝ่าย IT ดังนั้น การสร้าง Data Governance Culture ที่ทุกคนมีส่วนร่วม จึงกลายเป็นเป้าหมายหลักที่ทุกองค์กรต้องเร่งสร้างให้สำเร็จภายในปี 2027 เพื่อปูทางไปสู่การใช้ AI อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด

ปรับมุมมองใหม่ เปลี่ยน Data Governance จาก “กฎระเบียบที่คุมเข้ม” ให้กลายเป็น “กลไกขับเคลื่อนธุรกิจ”

การที่จะก้าวข้ามผ่านความท้าทายด้านวัฒนธรรมเพื่อรับมือกับเทรนด์ปี 2027 ได้นั้น ผู้บริหารและผู้นำองค์กรจำเป็นต้องเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) เกี่ยวกับการทำ Data Governance ใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่เคยใช้วิธีการควบคุมจากบนลงล่าง (Top-Down Approach) ที่เน้นการออกข้อบังคับ มาเป็นการสร้างแนวทางที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ (Business Value-Driven) การกำกับดูแลข้อมูลยุคใหม่ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องของการ “ห้ามทำสิ่งใด” แต่ต้องมองว่าเป็นกลไกที่ช่วยให้พนักงานสามารถ “ใช้งานข้อมูลได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพสูงสุด” เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายทางธุรกิจ

 

เมื่อพนักงานและผู้บริหารในฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย หรือฝ่ายบริการลูกค้า ได้เห็นภาพชัดเจนว่าการจัดการข้อมูลที่เป็นระบบและมีความแม่นยำ ช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ช่วยให้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และส่งผลต่อการเติบโตของรายได้องค์กรอย่างไร ความยินดีในการร่วมมือและการปฏิบัติตามมาตรฐาน Data Governance ก็จะเกิดขึ้นโดยสมัครใจ ซึ่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านนี้ต้องการการสื่อสารที่โปร่งใสและต่อเนื่อง รวมถึงการได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากผู้นำระดับสูงในการเปลี่ยนจากผู้ใช้งานข้อมูลทั่วไป ให้กลายเป็น AI-Ready Stakeholders

3 เสาหลักในการสร้างรากฐาน Data Governance เพื่อรองรับเทรนด์ AI ปี 2027

  1. People & Literacy (คนและความเข้าใจ): การลงทุนในการยกระดับ Data Literacy และ AI Literacy หรือทักษะความเข้าใจและการใช้ข้อมูลให้แก่พนักงานทุกระดับ เพื่อให้ทุกคนสามารถอ่าน วิเคราะห์ และตั้งคำถามกับข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำหนดบทบาท Data เจ้าของข้อมูลร่วมกันในแต่ละแผนก

  2. Process & Control (กระบวนการและการควบคุม): การออกแบบกระบวนการจัดเก็บ ประมวลผล และเข้าถึงข้อมูลที่มีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง โดยกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่สร้างขั้นตอนที่ซับซ้อนเกินไปจนขัดขวางการทำงานและนวัตกรรมใหม่ๆ

  3. Platform & Automation (แพลตฟอร์มและเทคโนโลยี): การเลือกใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือด้าน Data & AI Intelligence ที่ทันสมัยเข้ามาช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูล ทำ Data Lineage ตรวจสอบคุณภาพข้อมูลแบบอัตโนมัติ เพื่อลดภาระงานแบบ Manual ของพนักงาน และเพิ่มความแม่นยำในการดูแลรักษาข้อมูลขนาดใหญ่

การประยุกต์ใช้ AI Intelligence Partner เพื่อเร่งสปีดการเปลี่ยนผ่านขององค์กร

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรพร้อมกับการวางระบบ Data Governance ให้พร้อมสำหรับเทรนด์ AI ปี 2027 ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์หรือดำเนินการโดยลำพัง องค์กรสามารถเลือกใช้ประโยชน์จากผู้เชี่ยวชาญภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การนำโซลูชัน Data Intelligence Platform และบริการที่ปรึกษาด้าน AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ ปรับปรุงกระบวนการจัดเก็บข้อมูล และฝึกอบรมบุคลากร จะช่วยลดระยะเวลาและความผิดพลาดในการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้องค์กรสามารถทรานส์ฟอร์มไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

การสร้างองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการใช้ AI ไม่ใช่เรื่องของการไล่ตามเทคโนโลยีรุ่นใหม่ล่าสุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างรากฐานของข้อมูลที่น่าเชื่อถือบนวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและพร้อมปรับตัว การตระหนักถึงความสำคัญของ Data Governance Culture ตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยปกป้ององค์กรของคุณจากการเป็นหนึ่งใน 60% ที่ต้องเผชิญกับความล้มเหลวตามที่ Gartner ได้คาดการณ์ไว้ในปี 2027 พร้อมทั้งเปลี่ยนข้อมูลในมือให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาลในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

✓ The right insight at your fingertips.

—————

“InsightERA” AI-First Digital Intelligence Partner

สนใจหรือสอบถามเพิ่มเติม

https://www.insightera.co.th/contact-us

Email : [email protected]