SHARES:

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “Search” คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดของการตลาดดิจิทัล ตั้งแต่ยุคที่ผู้บริโภคพิมพ์คีย์เวิร์ดสั้น ๆ ลงใน Google เพื่อค้นหาข้อมูลสินค้า ไปจนถึงยุคที่แบรนด์แข่งขันกันทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับหน้าแรก

 

แต่วันนี้ การค้นหาไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป

การมาถึงของ Generative AI และ AI-powered Search กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูล ตัดสินใจ และซื้อสินค้าอย่างรวดเร็วและลึกซึ้งกว่าที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากเดิมที่ Search เป็นเพียงการ “ค้นหาเว็บไซต์” ตอนนี้ Search กลายเป็น ผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และสรุปคำตอบให้ผู้ใช้ได้ทันที

 

ข้อมูลจาก Think with Google ระบุว่า การค้นหาในรูปแบบ AI Mode มีแนวโน้มที่จะ ยาวขึ้น มีความซับซ้อนมากขึ้น และเป็นบทสนทนามากขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้กำลังใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการตัดสินใจมากกว่าการค้นหาข้อมูลแบบเดิม

สำหรับนักการตลาด นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของ Search Engine แต่คือ การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งระบบ


บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจ 5 พฤติกรรมการค้นหาใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งกำลังพลิกโฉมการตลาด พร้อมทั้งอธิบายว่าธุรกิจควรปรับตัวอย่างไรในยุคของ AI-powered Search

1. “I want one of those!” เมื่อแรงบันดาลใจกลายเป็นการค้นหาทันที

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ Search ในยุค AI คือ การเชื่อมโลกจริงกับโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน

เครื่องมืออย่าง Visual Search, Google Lens หรือ Circle to Search ทำให้ผู้บริโภคสามารถถ่ายรูปสินค้า สิ่งของ หรือสถานที่ แล้วถาม AI ได้ทันทีว่า

  • นี่คืออะไร

  • ซื้อได้ที่ไหน

  • มีตัวเลือกอื่นที่คล้ายกันไหม

ผลลัพธ์คือ ทุกสิ่งรอบตัวสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาได้

 

Think with Google ระบุว่า 1 ใน 5 ของการค้นหาผ่าน Google Lens มีเจตนาเชิงพาณิชย์ (Commercial Intent) ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ไม่ได้แค่ดูสินค้า แต่กำลังมองหาทางซื้อจริง ๆ

 

สำหรับนักการตลาด นี่หมายความว่า

  • Inspiration → Purchase เกิดขึ้นเร็วขึ้นมาก

  • ทุกช่องทางสามารถกลายเป็น Search Entry Point

  • Visual Content มีความสำคัญมากขึ้น

ในยุคนี้ ผู้บริโภคอาจเห็นรองเท้าคู่หนึ่งบนถนน ถ่ายรูป แล้วสั่งซื้อภายในไม่กี่นาที

 

Marketing Funnel แบบเดิมจึงสั้นลงอย่างมาก

2. “Help me find exactly what I need” ผู้บริโภคถามคำถามที่ซับซ้อนขึ้น

หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน การค้นหาส่วนใหญ่จะเป็นคีย์เวิร์ดสั้น ๆ เช่น

  • “best laptop”

  • “hotel bangkok”

  • “running shoes”

แต่ในยุค AI ผู้ใช้เริ่ม ถามคำถามแบบบทสนทนา (Conversational Search) เช่น

“แนะนำร้านอาหารในกรุงเทพสำหรับดินเนอร์กับเพื่อนที่ชอบอาหารญี่ปุ่น บรรยากาศสบาย ๆ และไม่แพงมาก”

AI สามารถวิเคราะห์บริบท ความต้องการ และเงื่อนไขต่าง ๆ ได้ทันที ผลลัพธ์คือ

  • Query ยาวขึ้น

  • Intent ชัดเจนขึ้น

  • การค้นหามีลักษณะเป็นบทสนทนา

Google ระบุว่า คำค้นหาใน AI Mode มีความยาวมากกว่าการค้นหาแบบเดิมถึง 3 เท่า

นั่นหมายความว่า Search Engine ไม่ได้ทำหน้าที่แค่แสดงลิงก์อีกต่อไป แต่กำลังทำหน้าที่เหมือน ที่ปรึกษาส่วนตัวของผู้ใช้

 

สำหรับนักการตลาด สิ่งนี้เปลี่ยนวิธีทำ SEO อย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องคิดแค่ Keyword ตอนนี้ต้องคิดถึง

  • Context

  • Intent

  • Natural Language

  • User Question

 

แบรนด์ที่สามารถตอบคำถามของผู้บริโภคได้ครบถ้วน จะมีโอกาสถูก AI นำไปใช้เป็นคำตอบมากขึ้น

3. “I’m ready to learn more” คลิกน้อยลง แต่คุณภาพสูงขึ้น

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่สำคัญในยุค AI Search คือสิ่งที่เรียกว่า Zero-Click Search

ผู้ใช้จำนวนมากสามารถได้รับคำตอบจาก AI โดยไม่ต้องคลิกเข้าเว็บไซต์เลย

 

ข้อมูลบางรายงานพบว่า กว่า 60% ของการค้นหาอาจจบลงโดยไม่เกิดการคลิกเว็บไซต์ใด ๆ เพราะผู้ใช้ได้คำตอบจากหน้าผลลัพธ์แล้ว 

 

แม้ฟังดูเหมือนเป็นข่าวร้ายสำหรับเว็บไซต์ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้ใช้ที่คลิกเข้ามาจะมีคุณภาพสูงขึ้นมาก เหตุผลคือ AI ได้ช่วยตอบคำถามพื้นฐานให้แล้ว เช่น

  • สินค้านี้คืออะไร

  • มีตัวเลือกอะไรบ้าง

  • ราคาโดยประมาณเท่าไร

เมื่อผู้ใช้คลิกเข้ามา พวกเขามักจะอยู่ในช่วง

  • Comparison

  • Evaluation

  • Decision

Think with Google อธิบายว่า ผู้ใช้ที่คลิกจากผลลัพธ์ AI มักจะมี Intent ที่ชัดเจนและพร้อมตัดสินใจมากกว่าเดิม

สำหรับธุรกิจ นี่หมายความว่า Traffic อาจลดลง แต่ Conversion Rate อาจสูงขึ้น

 

ดังนั้นเป้าหมายของแบรนด์ไม่ใช่แค่เพิ่มจำนวนคลิก แต่ต้องสร้าง เนื้อหาที่ตอบคำถามเชิงลึกและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

4. “I need to be sure before I buy” AI กลายเป็นผู้ช่วยเปรียบเทียบสินค้า

อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ AI ใน Search คือการทำหน้าที่เหมือน ผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล

ผู้บริโภคสามารถถาม AI เพื่อ

  • เปรียบเทียบสินค้า

  • วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย

  • ตรวจสอบรีวิว

  • หาข้อมูลเชิงลึก

ตัวอย่างคำถาม เช่น

  • “iPhone กับ Samsung รุ่นไหนเหมาะกับการถ่ายวิดีโอมากกว่า”

  • “Laptop สำหรับทำงาน Data Analysis ควรเลือกสเปกแบบไหน”

AI สามารถสรุปข้อมูลจากหลายแหล่งและให้คำตอบในไม่กี่วินาที

สิ่งนี้ทำให้ ช่วง Consideration ของ Customer Journey สั้นลงอย่างมาก

ผู้บริโภคสามารถ ค้นหา / เปรียบเทียบ / ตัดสินใจ ได้ภายใน Session เดียว

 

สำหรับแบรนด์ สิ่งสำคัญคือ การมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมีโครงสร้างชัดเจน

เพราะ AI มักจะดึงข้อมูลจากแหล่งที่

  • มีความน่าเชื่อถือสูง

  • มีโครงสร้างข้อมูลที่ชัดเจน

  • ถูกจัดทำเพื่อให้ Machine อ่านได้ง่าย

 

ดังนั้น Content Strategy ในยุค AI ต้องคิดทั้ง Human readability & Machine readability พร้อมกัน

5. “Search everywhere”  การค้นหาไม่ได้เกิดขึ้นแค่ใน Search Engine

อดีตที่ผ่านมา คำว่า Search มักหมายถึง Google หรือ Search Engine แต่ในยุค AI การค้นหาเกิดขึ้นในหลายแพลตฟอร์ม เช่น

  • Chatbots

  • AI Assistants

  • Social Platforms

  • Visual Search Tools

  • Voice Search

ผู้บริโภคอาจค้นหาข้อมูลผ่าน

  • AI Chat

  • TikTok

  • YouTube

  • Marketplace

  • Voice Assistant

ทั้งหมดนี้กำลังทำหน้าที่เหมือน Search Engine รูปแบบใหม่

 

นั่นหมายความว่า Discovery Journey ของผู้บริโภคกระจายตัวมากขึ้น แบรนด์จึงต้องคิดถึง Search ในมุมที่กว้างกว่า SEO เช่น

  • Social Search

  • Conversational AI

  • Multimodal Search

  • AI Recommendation

การทำการตลาดในยุคนี้จึงต้องมอง Search เป็น Ecosystem ของการค้นหา ไม่ใช่เพียงช่องทางเดียว

สิ่งที่นักการตลาดต้องปรับตัวในยุค AI-Powered Search

เมื่อพฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนไป กลยุทธ์การตลาดก็ต้องเปลี่ยนตาม

 

Think with Google แนะนำว่า แบรนด์ควรเตรียมความพร้อมใน 3 ด้านหลัก

1. เข้าใจ Intent ของผู้บริโภคให้ลึกขึ้น

AI ทำให้ผู้ใช้สามารถถามคำถามที่ซับซ้อนขึ้น ดังนั้นนักการตลาดต้องเข้าใจ

  • Context

  • Need

  • Motivation

ไม่ใช่แค่ Keyword

2. ใช้ Data เพื่อเพิ่มความแม่นยำของ AI

AI ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมี Data ที่มีคุณภาพ องค์กรที่สามารถเชื่อมต่อ

  • Customer Data

  • Behavioral Data

  • Market Signals

จะสามารถใช้ AI เพื่อสร้าง Insight ที่แม่นยำมากขึ้น

3. สร้าง Content ที่ตอบคำถามจริงของผู้ใช้

ในยุค AI Content ไม่ใช่แค่เพื่อ SEO แต่ต้องสามารถ

  • Answer

  • Explain

  • Compare

  • Guide decision

AI Search และอนาคตของการตลาดดิจิทัล

การมาถึงของ AI-powered Search ไม่ได้เปลี่ยนแค่เทคโนโลยี แต่กำลังเปลี่ยน พฤติกรรมของผู้บริโภค จากการค้นหาแบบ Keyword → Link กลายเป็น Conversation → Insight → Decision

 

สำหรับองค์กรที่ต้องการปรับตัวในยุคนี้ สิ่งสำคัญคือการใช้ AI และ Data เพื่อเข้าใจผู้บริโภคแบบเรียลไทม์

เครื่องมือด้าน Digital Intelligence และ AI Analytics จะมีบทบาทสำคัญในการ

  • วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค

  • ตรวจจับสัญญาณจากตลาด

  • แปลง Data ให้กลายเป็น Insight

เพื่อให้ธุรกิจสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น ในโลกที่ Search กลายเป็นบทสนทนาระหว่างมนุษย์กับ AI องค์กรที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคได้ลึกที่สุด จะเป็นองค์กรที่สามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้มากที่สุด

✓ The right insight at your fingertips.

—————

“InsightERA” AI-First Digital Intelligence Partner

สนใจหรือสอบถามเพิ่มเติม
https://www.insightera.co.th/contact-us/
Email : [email protected]